Review: OS X 10.8 Mountain Lion

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิว OS X Mountain Lion ซึ่งเป็นรุ่นที่ 8 ของ Mac OS X ก่อนที่เราจะไปดูรีวิวนั้น อยากย้อนประวัติไปตั้งแต่รากเหง้าของ Mac เลยครับ

ถ้าอยากทราบที่มาของ OS X ดูตามนี้ได้เลยครับ
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=294897

ผมจะเล่าประวัติคร่าว ๆ แล้วกัน
เริ่มจาก Mac OS X Public Beta ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทดลองใช้กัน
หลังจากนั้นเริ่มกันที่
Mac OS X 10.0 Cheetah
Mac OS X 10.1 Puma
Mac OS X 10.2 Jaguar
Mac OS X 10.3 Panther
Mac OS X 10.4 Tiger ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่รองรับ Intel
Mac OS X 10.5 Leopard เป็นรุ่นสุดท้ายที่รองรับ PowerPC
Mac OS X 10.6 Snow Leopard
Mac OS X 10.7 Lion
OS X 10.8 Mountain Lion

ซึ่ง Apple นั้น ตอนแรกเก็บค่าอัพเกรดระบบปฏิบัติการแพง อยู่ที่ $129 ทำให้ผู้ใช้ส่วนมากมักซื้อ Mac มาแล้วก็ใช้ระบบปฏิบัติการเดิม ไม่สนใจที่จะอัพเกรด หลังจากออก Mac OS X 10.6 Snow Leopard จึงมีค่าอัพเกรดอยู่ที่ $29 และ Mac OS X 10.7 Lion ก็มีค่าอัพเกรดอยู่ที่ $29.99 และ OS X 10.8 Mountain Lion มีค่าอัพเกรดที่ $19.99 ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้ใช้อัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ นั่นเอง

Apple เริ่มขาย Mac OS X ผ่าน App Store เริ่มที่ Lion และ Apple เริ่มตัดคำว่า Mac ออกเหลือแค่ OS X เฉย ๆ ตอน Lion ซึ่งตอนนั้นก็ยังเรียกว่า Mac บ้าง OS X บ้าง แต่ Mountain Lion ถือเป็นการตัดคำว่า Mac โดยสมบูรณ์ จะเรียกสั้น ๆ ว่า OS X ซึ่ง Apple จะสื่อว่าอะไรหรือเปล่าก็มิอาจทราบได้ ต้องคอยติดตามชม

ก่อนอื่นเรามาเริ่มที่ Key Feature กันก่อน

Notification Center

นับว่าเป็นหนึ่งใน Feature ที่มีประโยชน์ใน OS X Mountain Lion เพราะเป็นการโชว์การแจ้งเตือน App ต่าง ๆ และสามารถ Tweet ได้จากหน้านี้โดยตรง เพราะการแจ้งเตือนต่าง ๆ จะมารวมอยู่ในที่เดียว ซึ่งบน OS X ก็มี App ที่ไว้ทำงานนี้ ชื่อว่า Growl แต่ปัจจุบันผมคิดว่าโปรแกรมที่รองรับ Notification Center ยังมีไม่มากพอ

Notification จะมีปุ่มปิด และจะปิดไป 1 วัน แต่ถ้าคุณต่อ Projector แล้ว Notification จะปิดให้คุณอัตโนมัติครับ

iCloud

สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS ได้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น Keynote, Pages, Numbers, TextEdit, Preview ก็สามารถดึงไฟล์ที่เปิดใน iOS มาเปิดใน Mac ได้ทันที สะดวกมากสำหรับคนที่ต้องทำงานบน Mac แล้วมาต่อใน iPad

Messages

สามารถคุย iMessage กับ iOS Devices ทั้งหลายได้ ถ้าคุณทำงานอยู่บน Mac แล้วมีคนส่งข้อความทาง iMessage ก็สามารถคุยบน Mac ได้ทันที หรือพอทำงานเสร็จแล้ว ก็สามารถคุย iMessage ต่อบน iPhone ได้

Dictation

ก็คือ Siri ใบ้นั่นล่ะครับ แต่ Dictation บน Mac นั้น ผมพูดแล้วฟังไม่รู้เรื่องครับ (อาจต้องใช้ MacBook Pro with Retina Display เพราะเครื่องนั้นมีไมค์ 2 ตัว อาจทำให้ฟังรู้เรื่องกว่า)

Sharing Button

สามารถ Tweet หรือ Post to Facebook จากหน้าเว็บหรือรูปที่เราต้องการได้ทันที และ Sharing Button มีอยู่ทุกที่ ทำให้คุณสามารถส่ง Mail, AirDrop หรือ iMessage ไฟล์ได้ทันทีที่ต้องการ

(คุณสมบัติ Facebook ทั้งหลายยังไม่มีครับ น่าจะมาพร้อม iOS 6 แต่ที่มีเพราะผมลงโปรแกรมเสริม)

Reminders, Notes

ไม่ได้มีอะไรต่างจากโปรแกรมสองตัวนี้บน iOS Devices ทั้งหลายครับ สามารถ Sync ผ่าน iCloud ด้วยกันได้

Power Nap

เมื่อ Mac เข้าสู่โหมด Sleep สามารถต่ออินเทอร์เน็ตและดาวน์โหลดอัพเดทต่าง ๆ และติดตั้ง แม้กระทั่งการ Sync ข้อมูลผ่าน iCloud แต่รองรับเฉพาะ Mac ที่เป็น SSD มาแต่ต้น คือ MacBook Air (ยกเว้น Generation แรก) และ MacBook Pro with Retina Display เท่านั้น

AirPlay

สามารถนำหน้าจอคุณขึ้น Apple TV ได้ทันทีที่ต้องการ และยังสามารถใช้กับ Airport Express ในการ Stream เสียงไปยังลำโพงได้ด้วยครับ

Game Center

สำหรับคอเกมที่พก iOS Devices และมี Mac ก็คงจะได้สมใจกันแล้ว เพราะสามารถแชร์คะแนนต่าง ๆ กันได้ แต่สำหรับคนทำงานคงไม่มีประโยชน์

Safari

Safari มี Smart Search Field คุณสามารถ Search หรือพิมพ์ Address ของเว็บได้ในช่องเดียวกัน (เหมือน Chrome) และเห็นชัด ๆ คือ ความเร็วครับ เร็วติดจรวดจริง ๆ

อีก Feature หนึ่งคือ Tab View คือเมื่อซูมออกมาจนสุดเว็บแล้ว ซูมต่อออกมาอีก ก็จะพบกับ Tab View ทำให้มองเห็นหน้าเว็บได้ในแบบ Preview

iCloud Tab สามารถเปิด Tab ที่เปิดทิ้งไว้จาก iOS Devices หรือ Mac เครื่องอื่นที่เปิดคาไว้ได้ (รองรับ iOS 6 หรือ OS X Mountain Lion ขึ้นไป)

และอีกจุดหนึ่งของ Safari เมื่ออยู่บน Lion ตอนดาวน์โหลดจะมี icon Safari เด้งออกมาจากลิ้งก์ไปที่ Download Box แต่ Mountain Lion นั้น icon Safari จะหล่นไปที่ Download Stack เลย และมีแถบดาวน์โหลดโชว์ที่ Download Stack ด้วย ทำให้ไม่ต้องเปิด Safari มาดูว่าโหลดถึงไหนแล้ว

เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เปลี่ยนไป

– เปิดเครื่องเร็วขึ้นมาก ปิดเครื่องช้าลงนิดหน่อย
– การทำงานต่าง ๆ ของ Core Animation ลื่นขึ้นอย่างมาก รวมถึงการ Scroll ไม่เหมือน Lion ที่มีการกระตุกบ้าง และ Effect ต่าง ๆ ถูกขัดเกลาให้ดูดี ไม่ลายตาเหมือนตอน Lion
– Login Screen ไม่หน่วงเหมือน Lion

– Dock เปลี่ยนจากกระจกเงา เป็นกระจกฝ้า
– Launchpad สามารถ Search ได้ในตัว
– App ที่โหลดจาก Mac App Store ตอน Lion นั้น Launchpad จะถูกเรียก แล้ว icon โปรแกรมนั้นจะถูกโยนลง Launchpad แต่ Mountain Lion นั้น icon จะหล่นลง icon Launchpad บน Dock เลย และมีการแสดงแถบดาวน์โหลด รวมทั้งโหลดไปเท่าไรจากเท่าไรใน Launchpad โดยตรง
– X11 และ Java จะลงเมื่อโปรแกรมนั้น ๆ เรียกใช้งาน จะไม่ถูกรวมกับ OS X อีกต่อไป
– QuickTime X เร็วขึ้น
– โปรแกรมหลายตัวจะติด Gatekeeper ทำให้ติดตั้งไม่ได้ เพราะ Gatekeeper ป้องกันการรันโดยอัตโนมัติของโปรแกรม ซึ่งต้องเป็นโปรแกรมที่มีใบรับรองจึงผ่าน Gatekeeper ไปได้ แต่ถ้าเราแน่ใจว่าโปรแกรมนั้นปลอดภัยจริง ตอนจะรันหรือจะติดตั้ง ให้คลิกขวา -> Open แทนเพียงแค่ครั้งเดียว จะมีหน้าต่างถาม ถ้าเราอนุญาต Gatekeeper จะจำไว้
– Mac App Store, Dictionary สามารถ Swipe ซ้ายขวาเพื่อเลือกหน้าก่อนหลังได้เช่นเดียวกับ Safari
– iCal เปลี่ยนชื่อเป็น Calendar, Address Book เปลี่ยนชื่อเป็น Contacts
– สามารถแตะ 3 นิ้วบน Trackpad 1 ครั้งเพื่อใช้ Quick look ได้
– Preview ติดจรวด

– Pinch to Zoom ใน TextEdit ได้

– โปรแกรมที่รองรับ สามารถเซฟลง iCloud ได้โดยตรง

– เมนูของโปรแกรมที่รองรับ Auto Save/Version มีเพิ่มขึ้นมา เช่น สามารถย้ายเอกสารลง iCloud หรือจะย้ายเอกสารไปที่ไหนก็ได้ และสามารถเปลี่ยนชื่อเอกสารได้โดยตรง

– Dashboard มีเมนูเพิ่ม Widget แบบใหม่ คล้าย Launchpad

– มี Screen Save แบบใหม่ ๆ มากมาย

– ตอน Copy หรือ Cut ไฟล์ มีแถบเหมือนกำลังดาวน์โหลด และสามารถยกเลิกจากตรงนี้ได้
– Software Update รวมกับ Mac App Store
– สามารถใช้ Automatic Download App ที่ซื้อจาก Mac App Store เครื่องอื่น
– Photo Booth ถ่ายรูปแล้วตั้งเป็น Profile Twitter ได้ทันที
– ถ้าจะลากเอาไอคอนใด ๆ ออกจาก Dock ต้องคาไว้กลางอากาศสัก 1-2 วินาที จึงจะสามารถปล่อยแล้วไอคอนจะหายไป เพราะ Apple ป้องกันเผื่อลากผิด

ควรอัพเดทไหม?

– ถ้าคุณต้องการความนิ่ง แน่นอน รวดเร็วที่ Lion ให้คุณไม่ได้ อัพเดทไปเลยครับ รับรองคุณจะต้องปลื้ม
– ถ้าคุณต้องการให้ Mac เชื่อมต่อกับ iOS Devices ได้ดียิ่งขึ้น อัพเดทไปเลยครับ
– ถ้าคุณเป็นผู้ใช้โปรแกรมเฉพาะทาง ควรตรวจสอบว่าโปรแกรมนั้นมีปัญหากับ Mountain Lion หรือไม่ ถ้ามีก็ยังไม่ควรอัพเดท เพราะจะทำงานไม่ได้ เสียงานการเปล่า ๆ

สรุป

Mountain Lion ถือเป็น Lion ที่ทำเสร็จสมบูรณ์แล้วก็ว่าได้ อารมณ์ประมาณ Leopard -> Snow Leopard นอกจากจะมีของใหม่ ๆ เพิ่มจาก Lion แล้ว ยังปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ Lion ให้คุณไม่ได้ (ในความคิดหลาย ๆ คน Lion เหมือนเอา Snow Leopard มาแต่งหน้าทาปาก) แต่ของใหม่ที่มีใน Mountain Lion ไม่ต้องออก Major Update ก็ได้ น่าจะออกเป็น 10.7.x จึงแอบสงสัยว่า Apple ตัดคำว่า Mac ออกเหลือเพียง OS X ต้องการจะสื่ออะไรหรือเปล่า และปกติ Mac OS X ก็ออก 2 ปีครั้งอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าทำไมครั้งนี้ Apple เร่งออกจัง เพราะระยะห่างของ Lion -> Mountain Lion แค่ปีกว่า ๆ เท่านั้น อาจต้องการดัน 10.8 ออกมาสู้กับ Windows 8 ซึ่งเป็นเลข 8 เหมือนกัน หรืออาจต้องการรันเลข OS X ให้ถึง 10.10 เร็ว ๆ เมื่อถึงเวลานั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรกับ OS X ก็ได้

โปรดติดตามตอนต่อไป…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s